จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

บทความที่ได้รับความนิยม

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2552

การทำแท้ง


ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นบรมครูของมนุษย์และเทวดา
วันนี้ วันที่ 16 /09/2552 ได้เวลาที่จะมาเขียนเรื่องราวที่พบเจอมา นั่น คือ การทำแท้ง การกระทำใดๆ ในลักษณะนี้ ถือว่า ผิดศีล เป็น การกระทำบาป ที่ ร้ายแรง เป็นมลทินเศร้าหมอง ให้กับ สามี ภรรยา


เหตุที่อยากมานำเสนอ เรื่อง ทำแท้งนี้ เพราะผมได้พบ ปะ สนทนากับบุคคล ทั้ง เพศ ชาย และ หญิง ที่ได้ไปกระทำแท้งมา ด้วยมีเหตุการณ์หนึ่งดังก้องใน หู ของผม ว่า “ทำแท้ง ไป ไม่เป็นไร เดี๋ยว ทำบุญ ก็ หมดเวรหมดกรรมกัน เดี๋ยวนี้มีหมอตัดกรรมกันเยอะ ทำๆไปเถอะ เดี๋ยวไปทำบุญ ไปนั่งสมาธิให้ วิญญาณเด็กก็อภัยให้เอง” ด้วยถ้อยคำนี้ ที่ทำให้ผม อยากเขียน และ เผยแพร่ ให้ได้ข้อคิดกันบ้าง

ขอให้จำไว้ เถอะ คุณท่านทั้งหลาย การทำแท้งนั้น เป็นการกระทำบาปอัปรีย์ นำมาซึ่งความเสื่อมในชีิวิต กรรมตัวนี้เอง มันจะติดแทรกซ้อน เราไปทุกภพทุกชาติ ทุกกัปกัลป์ จนยากที่จะหาความราบรื่นแห่งชีวิตได้
การกระทำแท้งนั้น ไม่ใช่ว่าผู้ที่เป็นแม่ หรือ ผู้ที่เป็น พ่อ ได้เป็นผู้กระทำเท่านั้น ยังรวมไปถึง ผู้ทำ ผู้ช่วยทำ ผู้ที่สนับสนุน ผู้ที่ให้เงิน ผู้ที่ชี้นำ ล้วนแต่ได้ชื่อ ว่า เป็นผู้กระทำทั้งสิ้น

มีบางคำถาม ที่มักเจอ ในหมู่ผู้ที่ยังเป็นสาว ว่า " ลูกเกิดมาไม่มีพ่อ หนูยังเรียนหนังสือ จะให้ทำอย่างไร หนูต้องทำเพื่ออนาคตของหนู” คำเหล่านี้ ล้วนเป็นการแก้ตัวทั้งสิ้น ทีตอน สนุกสุดเสียว ไม่ต้องกล่าวถึงกัน แต่พอพลาดกันมา ก็จะมากล่าวคำอย่างนี้ หรือ คำยอดฮิต นั้น คือคำๆว่า "ยังไม่พร้อม" พวกคุณท่านทั้งหลาย เมื่อเราคิดแก้ตัวได้อย่างนี้ คิดได้เท่านี้ ก็ดิ่งตรงสู่ขบวนการแห่งวิบากกรรมตามสนองนั้นเอง ไม่มีใครสามารถแก้ไขได้ หรือจะยกคำกล่าวอ้างแก้ตัวใดๆ มาลบล้างได้

ท่านที่เป็นนักเปิดกรรม ตรวจค้นอดีตกรรม ที่เป็นเท็จ ท่านอาจไม่เข้าใจถึงกรรมที่เกิดจากการทำแท้งนัก คิดว่า ทำบุญ ทำสังฆทาน หรือ พิธีกรรมต่างๆ ที่จะบรรเทาเบาบางได้ ท่านนั่นเอง อาจ มีส่วนเข้าไปพัวพัน แบบไม่รู้ตัว ขอจงรอบคอบและระวังในเรื่องเหล่านี้ไว้ด้วย

สุดท้ายนี้ ขอให้คุณท่านทั้งหลาย อย่าได้คิด ว่า ทำแท้ง ไป ไม่เป็นไร เดี๋ยว ทำบุญ ก็ หมดเวรหมดกรรมกัน ความคิดในลักษณ์นี้ เป็นความคิดที่ผิด หรือท่านจะไปอ้อนวอน เทวดา องค์พรหม พระโพธิสัตว์ องค์ไหนๆ ก็ไม่สามารถช่วย วิบากกรรม ของผู้ที่ได้ลงมือกระทำไปแล้วได้
 

หากคุณท่านทั้งหลาย เผลอ ไปทำกันแล้ว ขออย่าได้กังวลใจ ขอให้กลับตัวเสียใหม่ สร้างวัดให้เกิดขึ้นที่ใจ รักษา ทาน ศีล ภาวนา เจริญพรหมวิหารสี่ ตอนก่อนนอนคืนหนึ่งๆ กราบพระ สวดมนต์ แผ่เมตตา ทำใจให้เกิดสุข ยกบุญมาที่ใจ รู้จักเมตตา ให้อภัยผู้อื่น ตั้งจิตแผ่เมตตา กรรมเหล่านั้น อาจทุเลา เบาบางลงได้บ้าง และ เด็กที่ถูกทำแท้งนั้น จะเป็นผู้ตัดสินเอง ว่าสมควรจะอโหสิกรรมให้ ผู้ทำหรือไม่ ส่วนผู้ที่คิดจะทำ ก็ขอจงได้หยุด อย่าได้คิดผิดพลาดเลย เท่านั้น เอาหล่ะ พอ จบ



วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2552

พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงสอนให้ใช้ความว่างเป็นอารมณ์

พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงสอนให้ใช้ความว่างเป็นอารมณ์ของวิปัสสนากรรมฐาน และ ไม่ได้ให้คิดเรื่องความว่าง แต่ทรงสอนให้มีสติตามรู้รูปนาม จนเห็น รูป นาม ว่างเปล่า จากความเป็นตัวตน เพราะเหตุนี้เราควรลงมือเจริญสติตามรู้ รูป นาม อย่าได้เที่ยวแสวงหา ศูนย์ตาจนลืมการเจริญสติ

ทำไม ทำดีไม่ได้ดี

วันนี้เป็นวันดี คือวันที่ 3/ 9/52 ที่ว่าวันดี ก็ไม่ได้ว่าตามศาสตร์แห่งโหราศาสตร์ แต่ที่ว่าดี เพราะจิตเริ่มดี มีการพัฒนาขึ้น ยกระดับขึ้น รู้จัก เมตตา และ ให้อภัย จึงเป็นวันดี เหล่าเพื่อนๆ คุณท่านทั้งหลาย ลองทำดู จะรู้เลยว่า ดี ด้วย พรหมวิหาร 4 ที่ประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบขา มันดีอย่างไร ลองทำกันดู

ทีนี้ เมื่อดี กรรมทั้งหลาย ก็จะเป็นกรรมดี คำว่า กรรม หรือ กัมมะ เป็นดารานำแสดง แพร่ออกมาได้ด้วยทาง กาย วาจา ใจ ถ้าจะแบ่งออกมาให้เด่นชัดขึ้น ก็จะประกอบด้วย

1.
กุศลกรรม - กรรมที่เป็นส่วนดี
2.
อกุศกรรม - กรรมตรงกันข้าม กับ กรรมดี คือ กรรมชั่ว
3.
อัพยากตกรรม - กรรมที่ไม่เป็นทั้งฝ่ายดี และ ฝ่ายชั่ว ก็คือกรรมที่ไม่ประกอบด้วย กุศล และ อกุศล

ทั้ง 3 ข้อนี่ เกิดขึ้นมาด้วย กาย วาจา ใจ ทั้งสิ้น ต้นเหตุ แห่ง กรรม ก็ดับลงได้ที่ใจ ก็คือตัวเรานี่เอง ไม่ต้องไปวิ่งหาใครที่ไหน หรือ จะวิ่งเปิดกรรม ดูหมอ ให้เสียเวลา เสียเงิน เปล่าๆ ถ้ากลัวบาป กลัวกรรม ก็จงหยุดกรรม เราเป็นผู้หยุด ไม่ใช่ การปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต๋า เป็นผู้หยุด

คนเราเกิดมา อย่าได้พึงสร้างอกุศกรรมกันเลย เราหันมาสร้างกุศลกรรมกันเถอะ ปฎิบัติไปแนวทางที่ดีและสุจริต ดำเนินชีวิต ด้วย ทาน ศีล ภาวนา สร้างบุญให้เกิดขึ้นที่ใจ อย่าท้อแท้กับคำว่าบุญ กุศล และ อย่าพึงได้สร้างอกุศลกรรม

ถ้ามากล่าวถึง ว่าอย่าพึงได้สร้าง อกุศกรรม เลย ต่างคนก็ต่างความคิด บางคนก็คิดว่า มันทำไม่ได้ หรือว่า ทำไมทำแต่ความดีแล้วความดีไม่มาตอบแทนกันบ้าง นี่ก็จะเป็นประเด็นให้คนเกิดความท้อถอยที่จะสร้างกุศลกรรม กัน

คนเราเกิดมา ก็มีกรรมดี กรรมชั่ว ตามด้วยกันทั้งนั้น คนเราทำกรรมต่างๆ มาเป็นภพเป็นชาติ ความสลับซับซ้อนของกรรมก็มีกันอยู่มากมาย ทั้งอดีตชาติและปัจจุบันชาติ เรามาเกิดในภพชาติปัจจุบัน เป็นคนดีแสนดี แต่ปรากฎว่า กลับไม่ได้รับดี ได้รับแต่ความทุกข์ ทำอะไรก็มีแต่อุปสรรค แต่คนที่ทำไม่ดี ทำแต่ความชั่ว กลับมีความสุข ความปรีดี สุขเกษม เฮฮา ทีนี้เราลองกลับมาเปิดตาให้สว่างแล้ว ตั้งตนให้มีสติ แล้ว มาพิจารณากันใหม่ว่า ที่เราเป็นคนดี แสนดี ทำไมไม่ได้ดี ที่เป็นเช่นนี้ก็จะหาใช่ว่ากรรมดีที่เราทำดีมาโดยตลอดจะไม่ส่งผล แต่เป็นเพราะกรรมชั่ว อุกศลกรรมที่เราได้รับมาจากภพชาติมาส่งผลก่อนกรรมดี ซึ่งแรงของฝ่ายอกุศกรรมมีกำลังแรงกว่า ฝ่ายกุศลกรรมเราจึงต้องรับสนองจากฝ่ายอกุศกรรมก่อน ถ้าสลับกัน คนที่ประกอบกรรมไม่ดี กรรมที่เล็ว กลับได้ดี เพราะผลดีที่บุคคลผู้นั้น ได้รับมาจากภพชาติก่อนมาส่งผลก่อนตอบแทนก่อน เมื่อกรรมดี สิ้นสุดลง ก็จะได้รับผลแห่งกรรมชั่วที่ตนได้ทำไว้แน่นนอน เพราะฉะนั้น กรรมดี ทำไปเถอะ อย่าได้ท้อแท้สิ้นหวัง แต่ประการใด เมื่อ กรรมชั่ว สิ้นสุดลง ผลแห่งกรรมดีนั้น มาสู่ผู้ที่ทำดีแน่นนอน

สรุปให้เข้าใจอีกครั้งว่า กุศลกรรมที่ประกอบชาตินี้ ถ้ากรรมเก่าซึ่งเป็นฝ่ายอกุศลกรรมยังส่งผล และ มีกำลังแรงกว่า ก็ต้านทานแรงอกุศกรรมได้ยาก


ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีความประสงค์ อยากให้เพื่อนๆ และ คุณท่านทั้งหลาย ประกอบ กุศลกรรมให้มากขึ้น มีความคิดดี พูดดี ไม่สร้างอกุศกรรม ปฎิบัติ กาย วาจา ใจ เจริญเมตตา ด้วย พรหมวิหาร 4 ไม่คิดเบียดเบียน อิจฉา ริษยา ตั้งหมั่นในทาน ศีล ภาวนา ก็จะได้รับความสุข กาย สบายใจ เป็นแน่นแท้ พอจบ

กรรม

ปัจจุบันนี้ มีสิ่งยอดฮิต ติดระดับ 5 ดาว นั้น คือการ ดูกรรม ดูอดีตชาติ ว่าเมื่ออดีตชาติเราไปทำอะไรกันมา ชาตินี้ ถึงได้ทนทุกข์ หนักหนาสาหัส จนมีอาชีพ รับดูกรรม เปิดกรรม แก้กรรม เกิดขึ้น ในการดู ก็มีอัตราว่าจ้างหลายระดับ สุดแท้แต่ชื่อเสียง แต่ละท่าน สุดท้ายก็หลีกหนีไม่พ้น คือการทำบุญ ปล่อยนก ปล่อยปลา ทำสังฆทาน ไหว้วันนู้น วัดนี้ บางคนเป็นเอากันมากจนไปถึง 9 วัด ก็มี จนจิตผู้ถูกดู สับสนวุ่นวาย ไปตามกัน

พวกคุณท่าน ทั้งหลาย ในเมื่อเชื่อเรื่องกรรม แล้ว ทำไม คุณท่านทั้งหลาย ไม่หยุดกรรม หล่ะ รู้จัก เมตตา และ ให้อภัย ซึ่งกันและกัน รู้จัก ระมัดระวัง สำรวม กาย วาจา ใจ ให้เรียบร้อย ไม่คิดอาฆาต พยาบาท เบียดเบียนผู้อื่น สร้าง บุญ กุศลให้เกิดขึ้นที่ใจ กรรมจากอดีตไม่ว่าในชาติปัจจุบันก็ดี หรือ เมื่อชาติที่แล้วก็ดี ก็รู้จักขออภัยในอกุศลกรรม ต่อหน้าพระประธาน ตั้งหมั่นใน ทาน ศีล ภาวนา รู้จักแผ่เมตตาไปหล่ะ จะไปจมอยู่กับอดีตชาติ ทำไม รู้จัก กันอภัยกันซะ จิตเราก็สบาย

คนเราเกิดมา ต้องตาย กันทุกคน รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ แยก ออกจากกันเมื่อไร ก็คือ จุดจบของเราท่านนั่นเอง เมื่อเราท่านทั้งหลายตาย กรรมนั้นไม่ดับ ยังเหลือ เชื้อ กิเลสอยู่ แพร่ออกไป ถูกเกาะเกี่ยวด้วยธาตุรู้ เป็นวิญญาณใหม่ ปฎิสนธิขึ้นไปเกิดในภพใหม่อีก กรรมที่จะเวียนว่ายในตัวเราก็ไม่จบสิ้น มันต้องมาสนองเราในภพใหม่ชาติใหม่อีก

ขอให้คุณท่านทั้งหลาย ที่เชื่อในกรรมนี้ จงสำรวม กาย วาจา ใจ ฝึกปฎิบัติธรรม ทำวัดให้เกิดขึ้นที่ใจ ให้ใจมันเป็นวัด ไม่ต้องไปเที่ยวสรรหาวัด 9 วัดที่ไหน ยกใจให้เป็นวัด ไปไหน มาไหน อยู่ไหนก็ เป็นสุข ทำบุญให้เกิดขึ้นที่ใจเรานี่

คืนหนึ่งๆ อย่าลืมไหว้ พระสวดมนต์ นั่งสมาธิ แผ่เมตตา จะเป็นบุญ เป็นกุศลให้เราท่านนี่แหละ เอาหล่ะ พอ